ผื่นคัน เห่อ รอบที่ 2 กี่วันหาย
หลังจากถ้าผิวหายดีแล้ว มาเป็นเวลาปีกว่านั้น ผมก็อาจจะลดเลย การดูแลตัวเองไปบ้าง กินไม่ดีบ้าง ลองทานอาหารอย่างอื่นให้มากขึ้น ไปกินข้าวเหนียวปิ้ง คาคาว นู้นนี่อีกมากมายฮ่าๆ แอบนอนดึกเพราะงานเยอะ และแถมยังไม่ได้ออกกำลังกายเพราะด้วยข้ออ้างคือ ฝุ่นเยอะไม่อยากออกไปวิ่ง ฮ่าๆ จริงๆออกในบ้านก็ได้ โถ่ว ในที่สุด ผื่นก็กลับมาเตือน ผื่นคัน เห่อ มาหลายจุด ไม่รุ็จากสาเหตุอะไรกันแน่ เพราะมีหลายปัจจัยด้วยครับ แต่ที่แน่ๆก็มี อาหารแพ้ ไรฝุ่น เรื่องจากไปรื้อ กระเป๋าผ้าเก่าที่หมักฝุ่นแรมปีมาใช้ จนเกินอาการผื่นคันและ หลังจากนั้น ผื่นเห่อ มาเรื่อยๆมาจากข้อพับแขน ข้อพับขาขวา เอวด้านหลัง และ ง่ามขา ซึ่งที่บริเวณง่ามขานี้มีอาหาร ค่อนข้างเยอะ ถึงขั้นน้ำเหลืองไหล คงไม่มีภาพนะตรงง่ามขา อายครับ >_<;; ช่วงแรกก็จิตตกเป็นอย่างมากที่ ผื่นคัน เห่อ แต่ก็ต้องตั้งสติกลับมา ไม่ต้องกลัวมัน เห่อได้หายได้ คราวนี้ผมจะมาเริ่มเล่าว่า การดำเนินหรือ วัฎจักร ของผื่นนั้นเป็นอย่างไร เห่อได้ ก็หายได้ เรามาดูว่า กี่วันหาย และ ต้องปฎิบัติตัวอย่างไรกันครับ แบบไม่ใช้ยาสเตรียรอยด์ หรือยาแก้แพ้
วัฎจักรของผื่น
บางครั้งการเห่อของผื่นนั้น อาจจะคาดเดา ได้ยากว่าเราแพ้อะไร เช่นแพ้ไรฝุ่น แต่บางทีนั้นเราอาจจะภูมิตก และ ดูแลตัวเองไม่ดีพอ ทำให้ผื่นนั้นกำเริบหรือเกิดขึ้นมาได้ ถ้าให้ดี เราต้องรู้ก่อนว่า สาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร ถ้ารู้จะดีมาก แต่ถ้าไม่รู้ เพราะมีปัจจัยร่วมหลายอย่าง ก็ไม่เป็นไร ทำใจให้สบาย เราก็จะทำการดูแลเต็มพิกัดหลังพบผื่น อย่างที่บอกการดูแล คือการคุมอาหาร ออกกำลังกาย ตากแดดอ่อนๆ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทำให้ครบ โอเครมาดูภาพ ผื่นเห่อ ของผมก่อนครับ


ในช่วงวันแรกนั้นผื่นยังมาเล็กน้อย และชอบเห่อช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นเวลาร้อน ตอนเช้า จะยุบลงนิสหน่อย อยู่สองสามวัน และ จะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จากข้อพับแขน ก็จะรามออกไปเรื่อย ไปที่ข้อมือ และรักแร้นิสหน่อย ตรงง่ามขา ก็จะลามไปที่เอว ประมาณนี้ครับ จนมาถึงวันที่ 7 อาทิตย์นึง หรือ บางคนอาจจะเป็นอาทิตย์กว่าๆ คือมันจะเห่อจนถึงจุดสูงสุด จนเราท้อ ในช่วง7 วันที่ผื่นเห่อ ผมทำแค่เพียงใช้น้ำแข็ง ถุงเย็นประคบผื่นตลอดเวลาเท่านั้นเอง ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย และก็คุมอาหาร โดยการรับประทาน ข้าวกล้อง กข43 ผักกาดขาวลวก วอเตอร์เคสปลูกเองลวก ผักโขมปลูกเองลวก กวางตุ้งลวก ปลานิลอบ และ ราดด้วย น้ำมันมะกอก extra virgin ผลไม้ก็ แก้วมังกร กับกล้วยน้ำว้าอบ เท่านี้เอง


พอมาถึงวันที่ 7 นั้น ผื่นก็เริ่มเป็นเยอะมาก ตอนกลางคืนก็เริ่มนอนไม่กลับ ตื่นมาคัน อาการเดิมๆเริ่มกลับมาผมจึงมีอาการแอบเครียดและกังวล เลยขับรถไป เข้าตู้ uvb ที่ พีระกุลคลินิก 3 วันติด และรับครีมว่านมาทา ซึ่งเป็นครีมที่ไม่มีสเตรียรอยด์เป็น ครีมที่มีส่วนผสมของว่านมหากาฬ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด พอเริ่มทาครีมว่าน ก็ จะเห่อหนัก กระจายหนักกว่าเดิม แต่ไม่ตกใจเพราะผ่านมาแล้ว เพราะ concept ของพีรกุลคือ เห่อแล้วหาย บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่า ทำไมเป็นมากกว่าเดิม จากที่เป็นผื่น ตัวผื่นจะแบนลงราบ แต่จะดูขยายบริเวณแดงออกไป ซึ่งผมแดงตั่งแต่ข้อมือ ไล่ไปแขน ทั้งสองข้างเลย ทุกจุดที่มาก็จะเริ่มขยายวงกว้างแต่ผื่นตุ่มนั้นลดลง แต่จะแดงเป็นบริเวณกว้าง รู้สึกตึง ประมาณว่า มันยุบแล้วแผ่ขยายอณาเขตการแดง ปวดตึงครับ ทาว่านอยู่ประมาณ 5 วัน ตรงส่วนง่ามขาน้ำเหลืองก็เริ่มหยุดไหล และเริ่มดีขึ้นตามลำดับผิวก็เริ่มเรียบ และแห้ง แห้งเป็นผงเลย กรอบ ผิวร่วงเป็นเกร็ด เป็นสะเก็ด กวาดได้เพียบ อยู่สองสามวัน ช่วงผิวแห้งกรอบ พยายามอย่าเกา ทาครีมไว้ครับ พวกครีม มอยเจอร์ไรเซอร์ และ จะเริ่มเป็นสะเก็ดเล็กลง แบบฝุ่น อีก สองสามวันและ อีก อาทิตย์นึงเผื่อไว้ให้ผิวปรับสภาพตัวมันเอง จนเป็นปรกติ ตอนที่น้ำเหลืองไหลที่ง่ามขา นั้นผมก็ใช้สำลี ชุบน้ำเกลือบริสุทธิ์ ที่เอาไว้ใช้เช็ดแผล มาแปะไว้ เป็นการ มารค์น้ำเกลือ จะเห็นได้เลยว่า มันเหลือง และตอนที่น้ำเหลืองไหล จะมีกลิ่นเลย เหมือนน้ำเหลืองเสีย พอหายแล้วก็ไม่มีกลิ่นครับ โดยรวมแล้วผม ผื่นเห่อ7-10วัน และค่อยๆทยอยยุบหลังเข้าตู้และทาครีมว่าน อีก7–10วัน รวมเวลาผิวลอกจนเป็นฝุ่นและ อีก5-7 วันในการปรับสภาพเป็นปรกติครับ ที่ผมเล่ามานี้เป็นแนวทางในการรักษาแบบไม่ใช้สเตรียรอยด์ ช่วงที่ ผื่นเห่อนั้นผมก็ ออกกำลังกายทุกวัน เพื่อขับของเสียตามสูตร ทานน้ำอุ่น ประคบเย็น พยายามนอนให้ไว และนอนให้พอ และคุมอาหารให้ดี แค่นี้เราก็จะหลักเลียงสิ่งที่แพ้ และ ขับพิษ มันออกไปได้ สิ่งที่ผมทานอีกอย่าง คือ น้ำย่านางทำเอง ปลูกไว้เอง ทานขับพิษแบบนี้ตลอด ช่วงที่ผื่นมาก็ทานทุกวัน แต่ถ้าไม่มีผื่นก็จะอาทิตย์ละครั้งครับ


หวังว่าเพื่อนๆคงได้วิธีและแนวทางในการดูแลตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งยา สเตรีบรอยด์ หรือยาแก้แพ้นะครับ เป็นได้ เห่อได้ ก็หายได้ เห่อแล้วมันจะหาย ถ้าเราดูแลตัวเองให้ดี ขอให้ทุกคนหายไวไวครับ มีสุขภาพที่แข็งแรง ด้วยความปรารถนาดีเสมอ